ประเด็นดราม่าเรื่องลิขสิทธิ์กะเพราที่หลายคนกังวล สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้ครับ:
กะเพราทั่วไปยังปลูกได้ปกติ: กะเพราที่มีอยู่ตามตลาดหรือปลูกกินเองตามบ้าน ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ท่านยังสามารถปลูก เก็บกิน หรือขายได้เหมือนเดิม (
06:51-
07:00)
กะเพราที่จดทะเบียนคุ้มครอง: มีกะเพราเพียง 5 สายพันธุ์เท่านั้น (ของ CP และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ที่มีการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชไว้ เพื่อใช้ในเชิงอุตสาหกรรมหรือการวิจัยเท่านั้น ซึ่งสายพันธุ์เหล่านี้ไม่มีวางขายทั่วไปในท้องตลาด (
06:26-
06:48,
07:03-
07:27)
การคุ้มครองพันธุ์พืช vs สิทธิบัตร: กฎหมายไทยคุ้มครองที่ “ตัวพันธุ์พืช” (Plant Variety) ไม่ได้คุ้มครอง “ยีน” (Gene) ดังนั้นหากกะเพราของท่านเกิดการผสมข้ามสายพันธุ์ตามธรรมชาติจากลมหรือแมลง ท่านจะไม่ถูกฟ้องร้องแน่นอน เพราะลูกที่ได้จะมีลักษณะไม่เหมือนกับพันธุ์แม่ที่จดทะเบียนไว้ (
09:08-
09:55)
ข้อควรระวัง: สำหรับผู้ที่ซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองมาปลูก ท่านสามารถปลูกเพื่อเก็บใบขายได้ แต่ “ห้าม” นำเมล็ดพันธุ์ไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายต่อ เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้ปรับปรุงพันธุ์ (
07:30-
07:47)
สรุปคือ กฎหมายนี้เน้นคุ้มครองนักวิจัยที่ใช้เวลาและงบประมาณในการพัฒนาสายพันธุ์พืชใหม่ๆ แต่ไม่ได้ปิดกั้นสิทธิ์ในการประกอบอาชีพของเกษตรกรทั่วไปครับ
กะเพราในตลาดที่คุณซื้อมาจะไม่ใช่ของ cp เพราะ cp ไม่ให้เอามาขายถ้าเห็นใครขายโดนลักทรัพย์ครับ เพราะเค้าจะปลูกเองคนนอกไม่เกี่ยว
ใครด่ารัฐบาลด่าได้เค้าไม่น่าฟ้องครับ(ผมไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนไปฟ้องนะถ้าด่าแบบภาพรวม) แต่ไปด่า cp มั่วๆไม่รู้จริง ระวังนะครับ
CPF ฟ้องภาพเท็จปลาหมอคางดำ ถูกบิดเบือนเกลื่อนโซเชียล-เสียหายหนัก
ข่าวหลายๆเรื่องอยากให้ฟังข้อมูลทั้งสองฝั่งก่อน แล้วต้องระวัง พรบ คอมด้วยครับ
ใครไม่สบายใบเรื่องกระเพรา ลองฟัง กรมวิชาการเกษตร ชี้แจงก่อนครับ
กะเพราในตลาดที่คุณซื้อมาจะไม่ใช่ของ cp เพราะ cp ไม่ให้เอามาขายถ้าเห็นใครขายโดนลักทรัพย์ครับ เพราะเค้าจะปลูกเองคนนอกไม่เกี่ยว
ใครด่ารัฐบาลด่าได้เค้าไม่น่าฟ้องครับ(ผมไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนไปฟ้องนะถ้าด่าแบบภาพรวม) แต่ไปด่า cp มั่วๆไม่รู้จริง ระวังนะครับ